เกิดมาทั้งทีเอาให้สุด! “ริค แฟลร์” เผยปล้ำจริงกับสาวๆมาแล้วกว่า 10,000 คน

แฟลร์ วัย 68 ปี เปิดเผยผ่าน พีเพิ่ล สื่อดังว่า สมัยที่มีชื่อเสียงจากการเป็นแชมป์โลกมวยปล้ำจนชีวิตรุ่งเรืองสุดขีดนั้น เขามีสาวๆมากหน้าหลายตา ทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่นักเต้นระบำเปลื้องผ้า ยันนางแบบ-ดาราฮอลลีวู้ด ที่พร้อมใจเข้ามาพลีกายให้ไม่เว้นวัน

“ผมรู้สึกแย่นะที่ต้องพูด เพราะผมมีหลานๆแล้ว แต่มันคือเรื่องจริงทั้งหมด ผมนอนกับผู้หญิงมาเป็น 10,000 คนได้ จนบางครั้งผมก็แทบรับไม่ไหว”

อย่างไรก็ดี เจ้าของท่าไม้ตาย ฟิกเกอร์ โฟร์ เลกล็อค อันโด่งดัง ได้กล่าวเพิ่มว่า ปัจจุบันนี้รักเดียวใจเดียวกับคู่รัก เวนดี้ บาร์โลว์ เท่านั้น ซึ่งคนนี้คบมา 7 ปีแล้ว

ทั้งนี้ แฟลร์เผยว่าเขาเสียความบริสุทธิ์ตั้งแต่อายุ 15 ปี ซึ่งหากคำกล่าวอ้างว่ามีอะไรกับผู้หญิงมา 10,000 คนเป็นเรื่องจริง นั่นแสดงว่าแฟลร์มีสาวๆไม่ซ้ำหน้ามาให้ “ปล้ำจริง” ตกปีละ 188 คน หรือเฉลี่ย 3.6 คนต่อสัปดาห์เลยทีเดียว

คอนเต้หนุนอาซาร์โชว์ฟอร์มเทพในซีซั่นนี้

อันโตนิโอ

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือเชลซี เชื่อ ซีซั่นนี้เป็นโอกาสครั้งใหญ่ของ เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียม ที่จะโชว์ฝีเท้าระดับโลก เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เพราะหลังจากพาทีมสอยแชมป์ลีกผู้ดีมาครองซีซั่นก่อน ทำให้ปีนี้จะได้อวดฝีเท้าในเวทีใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ ลีก

อาซาร์ พาทีมกลับมาครองแชมป์ลีกในซีซั่นที่แล้ว แต่ปีนี้เริ่มต้นตะกุกตะกักเพราะมีปัญหาบาดเจ็บ ทำให้ก่อนเกมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์ที่ 30 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) เขาเพิ่งได้เล่นเป็นตัวจริงสองนัด ล่าสุดคือเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกเชือด แอตเลติโก มาดริด 2-1 เมื่อวันพุธที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา และแม้ไม่ได้ยิงประตู แต่เขาเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าชัยชนะกลับลอนดอน

“เอแด็นเป็นนักเตะชั้นยอด ผมคิดว่าซีซั่นนี้เป็นโอกาสสำคัญของเขา เพราะว่าเขาได้เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย ผมคิดว่าแชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก สำคัญกับนักเตะที่จะแสดงให้เห็นความเป็นนักเตะชั้นยอด และสามารถต่อสู้เพื่อเป็นนักเตะที่ดีที่สุด ผมจึงคิดว่านี่เป็นฤดูกาลที่สำคัญ” 

อย่างไรก็ดี แม้ฝีเท้าจะยอดเยี่ยม ไร้ข้อกังขา แต่สิ่งที่หลายๆ คนยังคลางแคลงใจเกี่ยวกับอาซาร์คือ “ความกระหาย” ซึ่ง คอนเต้ อยากเห็นศิษย์เอกของเขา กระหายในความสำเร็จแบบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ สองแข้งเทพแห่งยุค

“ผมคิดว่า บางครั้ง ถ้าอาซาร์ยิงได้สักลูก เขาก็มีความสุขแล้ว และถ้าหลังจากนั้น เขามีโอกาสอีก เขาจะเลือกผ่านบอลให้เพื่อนมากกว่ายิงลูกที่สองให้ตัวเอง ผมว่านะอย่าง โรนัลโด้ ถ้าเขายิงได้ลูกนึง เขาจะอยากยิงลูกที่ 2-3-4 เช่นเดียวกับเมสซี่ แต่เขายังพัฒนาได้”

ดังไกลทั่วโลก! “เจ้าแหลม” ขึ้นปกนิตยสารดังมวยโลกแดนจังโก้

โดยหลังจากที่ แชมป์โลกชาวไทย ย้ำแค้นแบบช็อกโลกด้วยการเอาชนะน็อค

โรมัน กอนซาเลซ อดีตเจ้าของกำปั้นเบอร์ 1 ของโลก เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ชาวนิการากัว ในยกที่ 4 ที่สังเวียนสตับฮับ เซ็นเตอร์ คาร์สันซิตี้ แคลิฟอร์เนีย เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ชื่อของ ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น หรือที่ชาวต่างชาติรู้จักในชื่อของ ศรีสะเกษ ส.รุ่งวิสัย ก็กลายเป็นที่จดจำของแฟนกำปั้นทั่วโลกไปเรียบร้อย ล่าสุดได้รับเกียรติให้ขึ้นปกนิตยสาร “Box World” ฉบับเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน 2017

นอกจากนี้ภายในเล่มยังมีสกู๊ปเรื่องของ เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ของสภามวยโลก (WBC) เกี่ยวกับเส้นทางกว่าจะก้าวถึงตำแหน่งแชมป์ในวันนี้ของเจ้าตัว

จะยวบไหม !? มู คอนเฟิร์ม ผี ขาด 3 มิดฟิลด์ตัวกลาง ศึกแชมเปียนส์ลีกคืนนี้

โฆเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาคอนเฟิร์มด้วยตัวเองแล้วว่าในเกม ยูฟา แชมเปียนส์ลีก คืนวันพุธนี้ ปีศาจแดงจะขาด 3 มิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง พอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี และ ไมเคิล คาร์ริค แน่นอน

“ในเกมที่ มอสโก เราจะไม่มีสามมิดฟิลด์ตัวกลางเฟลไลนี, ป็อกบา และ คาร์ริค และการขาดพวกเขาไปทำให้ผมเองก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก” มูรินโญ กล่าว

“แต่ผมจะพยายามไม่เน้นแท็คติกไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง และจะให้เด็ก ๆ ทำงานร่วมกันเป็นทีม ใช้ความสมดุลให้เกิดคุณภาพขึ้นมาภายในเกม รวมถึงต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะ นั่นแหละเป้าหมายสำคัญ”

นอกจากนี้ เดอะ สเปเชียลวัน ยังได้พูดถึงอาการบาดเจ็บของ เฟลไลนี ที่เกิดขึ้นมาจากเกมชนะ เซาธ์แธมป์ตัน 1-0 เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

“แมตช์นั้นผมคิดว่า เคร็ก พาวสัน ตัดสินได้ดีมากพอแล้ว แต่ผมได้กลับไปดูจังหวะ เฟลไลนี ร่วงผ่านทางทีวีอีกครั้ง ก็นึกในใจว่า โห นี่เขาโชคดีมากเลยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง”

“คาดว่า เฟลไลนี จะไม่ต้องพักนานเกินไปนัก แต่ยืนยันว่ามีโชคอยู่ไม่น้อย เพราะนั่นคือการเข้าปะทะที่น่ากลัวมากจริง ๆ”

เฮนโด้ชี้หงส์ต้องจบสกอร์ให้คมกว่านี้

จอร์แดน

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผยต้นสังกัดต้องมีความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์มากกว่านี้ หลังจากล่าสุดทำได้เพียงบุกไปเสมอ สปาร์ตัก มอสโก 1-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม อี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

 royal1688ลิเวอร์พูล ซึ่งที่ชนะเพียงแค่นัดเดียวจาก 6 เกมหลังสุด ครองเกมได้เหนือกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน และสร้างโอกาสยิงประตูหลายหน แต่หลังจาก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จในครึ่งแรก ก็ไม่อาจพังตาข่ายเพิ่มได้อีก ทำให้ “หงส์แดง” ต้องรอคอยชัยชนะครั้งแรกในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ต่อไป โดยแมตช์หน้าจะฟาดแข้งกับ มาริบอร์ จากสโลวีเนีย วันที่ 17 ตุลาคม

เคนแฮตทริก! “ไก่” ฟอร์มสดบุกถล่ม “อาโปเอล” 3-0 เก็บชัยรวด

เริ่มเกมมาเจ้าถิ่นลุยหนักทันที และเกือบได้ในนาทีที่ 11 ซน ฮึง-มิน ได้ซัดจ่อๆในกรอบเขตโทษแต่ติดบล็อคของ นูโน่ โมราอิส กองกลางกัปตันทีมของอาโปเอล นิโคเซีย

นาทีที่ 19 อาโปเอล นิโคเซีย เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ อีกอร์ เดอ กามาร์โก้ กระชากเข้าไปกดด้วยซ้ายทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลพุ่งวาบไปชนคานออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 39 ทีมเยือนทำเกมบุกได้สวย โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์ วางยาวขึ้นหน้าให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งสอดมาเกี่ยวบอลก่อนปั่นด้วยซ้ายในเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมซ้ายเด็ดขาด สเปอร์ส นำ 1-0 พร้อมหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 62 ทีมเยือนยังเดินเกมได้น่ากลัวกว่า มุสซ่า ซิสโซโก้ หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนจ่ายให้ แฮร์รี่ เคน จับแล้วซัดด้วยขวาเสียบเสาเข้าไป สเปอร์ส หนีเป็น 2-0

ห้านาทีต่อมา คีแรน ทริปเปียร์ พาบอลขึ้นมาทางขวาก่อนโยนไปในเขตโทษให้ แฮร์รี่ เคน เทกตัวโหม่งเสียบเสาสองสุดสวย สเปอร์ส ทิ้งเป็น 3-0 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส บุกไปไล่ถล่ม อาโปเอล นิโคเซีย 3-0 เก็บชัยเป็นเกมที่สองติดต่อกันในถ้วยใบนี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม 
อาโปเอล นิโคเซีย: บอย วอเตอร์มัน – ปราซิเตลิส วูรอส, คาร์เลา, เฆซุส รวยด้า, โรเบร์โต้ ลาโก้ – กาห์ยาส ซาฮิด, นูโน่ โมราอิส, วินิซิอุส, สตาธิส อโลเนฟติส – โรลันด์ ซัลไล – อีกอร์ เดอ กามาร์โก้ 
สเปอร์ส: อูโก้ โยริส – โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – แซร์ช โอริเย่ร์, แฮร์รี่ วิงค์ส, เอริค ดายเออร์, คีแรน ทริปเปียร์ – มุสซ่า ซิสโซโก้, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน 
ผู้ตัดสิน: พาเวล คราโลเว็ช (สาธารณรัฐเช็ก)

5 เรื่องต้องรู้ ! หลังเกม หงส์แดง บุกหนัก แต่เสมอ มอสโก สุดเซ็ง 1-1

ความมั่นใจก่อนเกมที่มีอยู่มากล้น ตอนนี้หายไปหมดเลย ผลการแข่งขันก่อนเกมในใจหลายคนคงคิดว่าต้องจบด้วยผลชนะแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ
เอาล่ะครับ ในเมื่อเกมมันจบลงแบบนี้ เราแฟนบอลตาใส ๆ จะทำอะไรได้ นอกจากทำใจก้มหน้ารับความจริงกันต่อไปรอเวลาให้ทีมกลับมาดูดีมากกว่านี้ แม้จะรอมาสักพักแล้วก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลสถสิติ WhoScored.com
5. ส่องสถิติน่าสนใจ
ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงเยอะเช่นเคย 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู มอสโก มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู
ลิเวอร์พูล สัมผัสบอลมากถึง 801 ครั้ง ในขณะที่ มอสโก สัมผัสเพียงแค่ 521 ครั้ง
ซาดิโอ มาเน มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง ตามมาด้วย เดยัน ลอฟเลน 4 ครั้ง
ผู้เล่นที่สัมผัสบอลสูงที่สุดในเกมนี้คือ อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ 116 ครั้ง
4. ชนะไม่ได้สักที UCL
ผ่านมาแล้ว 2 เกม นัดที่แล้วก็พลาดท่าเสมอ เซบียา 2-2 เกมนี้ก็ยังต้องมาเสมอ พูดตามตรงแบบไม่เข้าข้างทีมตัวเอง รูปเกมของเราดูดีกว่ามากโดยเฉพาะแนวรุกหาโอกาสเข้าทำกันเป็นว่าเล่น
นัดต่อไปเจอ มาร์ริบอร์ คาดว่า 3 แต้มแรกคงมีให้ชื่นใจบ้าง เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ รอบลึก ๆ เราก็ควรเลิกหวังไปได้เลย
สำหรับผมแล้วไม่ได้เครียดอะไรมากมายเพราะยังมีเกมในบ้านไว้รออีก 2 นัด หวังว่าจะเก็บ 6 แต้มเต็มในบ้านได้ ส่วนเกมนอกบ้านก็ภาวนาให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปซ้อมจบสกอร์กันแบบคม ๆ อยากให้ซ้อมจบสกอร์อย่างเดียวได้ไหมช่วงนี้ เรื่องเดียวที่อยากจะขอ

3. แนวรุก ทำอะไรได้บ้าง
ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้ ซึ่งก็ผ่านมาแล้วสักพัก สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือแนวรุกสปีดนรกของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ใครต่อใครต้องบอกว่ามันสุดยอด เอาจริง ๆ ก็สุดยอดอย่างไม่อวยตัวเองเลย เพราะวูบวาบสร้างสรรค์โอกาสกันได้ตลอด
แต่เดี๋ยวก่อน เราจะเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องการประตู ไม่ใช่โอกาสยิง 20-30 ครั้งต่อเกม แล้วสกอร์บอร์ดโชว์แค่ 1 ประตู ต่อให้ชนะ 1-0 มีโอกาสยิงเยอะอย่างที่บอก ก็ไม่ใช่ผลดีกับเราในระยะยาว ๆ
แรก ๆ หวังว่าอีกสักเดี๋ยวสกิลการจบสกอร์คงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ ฟิร์มิโน คาดหวังกับชายคนนี้ไว้มากที่สุดแล้ว เพราะ คล็อปป์ เลือกที่จะใช้เขาเป็น กองหน้าตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีม
เริ่มจากที่ มาเน พูดโดยรวมจากเกมนี้ ยกให้เป็นดาวเด่นของทีมเลย ยังคงเป็นความหวังที่เราขาดไม่ได้เช่นเคย ก็ยังต้องสงสัยต่อไปว่าทำไม คล็อปป์ ถึงเปลี่ยนออก จะบอกว่าไม่ฟิตก็คงไม่ได้

สถิติหลังเกมของ มาเน
1 แอสซิตส์
1 โอกาสยิง
ลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 5 ครั้ง (สูงที่สุดในเกมนี้)
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ไม่ได้หวือหวาจนคาดหวังอะไรได้มาก แต่ฟอร์มโดยรวมเกมนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ก็ยังเรื่อย ๆ เช่นเคย

สถิติหลังเกมของ ซาลาห์
6 โอกาสยิง (มากที่สุดในเกมนี้)
เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

2. แท้จริงแล้วสิ่งที่ขาดหายคืออะไร
ช่วงตลาดซื้อ-ขาย คล็อปป์ บอกว่าจะไม่ซื้อใครในตำแหน่งกองหน้าเพิ่ม เพราะ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน จะเป็นตัวเลือกแรกของเขาและแน่นอน สเตอร์ริดจ์ จะได้อยู่ต่อ มันทำให้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ตอนนั้น เพราะต่างก็คิดว่า ฟิร์มิโน, สเตอร์ริดจ์ ดาวรุ่งอย่าง โซลันเก้ ก็น่าเพียงพอแล้ว
มาถึงตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องลดความอีโก้สูงของตัวเอง มองหาศูนย์หน้าดาวยิงที่จบสกอร์ได้แบบคม ๆ ให้ทีมสักที ช่วงตลาดมกราคมที่จะถึงนี้ หวังว่าจะได้เห็นสัก 1 คน เพราะถ้าอย่างนั้น คงต้องมานั่งอ่านสถิติหลังเกมที่มีโอกาสยิง 20-30 ครั้ง แล้วจบลงด้วยการทำประตูแค่ 1-2 ประตู ต่อไปยาว ๆ จนจบซัน
มีประโยชน์กับทีม แต่ไม่ใช่ทุกนัด ฟอร์มไม่คงที่ ยังไม่นิ่งพอเป็นตัวความหวังให้กับทีม เกมวันนี้ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการยิงประตู ก็พอให้อภัยได้ เพราะเขาไม่ใช่กองหน้าอาชีพมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็หวังจะพัฒนาได้

สถิติหลังเกมของ ฟิร์มิโน
มีโอกาสยิง 3 ครั้ง
เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

79 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ในเกมที่ทีมจบสกอร์กันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ม้านั่งสำรองมีคือชายคนนี้ / คล็อปป์ คิดผิดมากนะในความรู้สึก ที่เลือกเปลี่ยนลงไปแทน มาเน ควรจะได้ลงไปแทน ฟิร์มิโน มากกว่า ส่วนเรื่องทัศนคติในเกม ก็อย่างที่เห็น ๆ คือพยายามเล่นคนเดียวจนเกินไป พยายามยิงจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็ต้องอย่างนั้นเพราะช่วงท้ายเกม ทีมต้องการสกอร์ จะมามัวต่อบอลกันงึก ๆ งัก ๆ กันอยู่ทำไม สู้ต่อไป สเตอร์ริดจ์

สถิติหลังเกมของ สเตอรริดจ์ ลงสนามในนาทีที่ 71
มีโอกาสยิง 2 ครั้ง
ไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

1. ฝั่งขวาไม่ทำงาน
การขาดหายไปของ นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ การเติมเกมรุกจากฝั่งขวา ฟอร์มผีเข้าผีออกอยู่บ่อย ๆ นัดไหนเล่นดีก็ดีจับใจ ภาวนาให้ ไคลน์ กลับมาเร็ว ๆ ได้แล้ว จะได้มาช่วย ซาลาห์
ส่วนฝั่งซ้ายทำงานกันได้ดี โดยเฉพาะ โมเรโน ที่ต้องชมว่ามีความกระหายมากกว่าเดิมเพิ่มจากซีซันที่แล้วแบบก้าวกระโดด
แม้กระทั่ง ลอฟเลน ที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ดีมากที่สุดในเกมรับวันนี้เลย ส่วน คูตินโญ กับ มาเน ก็อย่างที่เห็นทีมขาดไม่ได้เลย

คูตี้ซัดต่อเนื่อง! “หงส์แดง” บุกตีเจ๊า “สปาร์ตัก” 1-1 ศึกยูฟ่า ชปล.

เริ่มเกมมา 10 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นก่อน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ โหม่งต่อให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนพักอกแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป
นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลากลางประตู แฟร์นานโด กองกลางชาวบราซิลบรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งโค้งข้ามกำแพงก่อนฮุกเสียบคานเข้าไป สปาร์ตัก มอสโก ออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 “หงส์แดง” ทวงประตูคืนได้ทันควัน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทำชิ่งกับ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนหลุดเข้าไปซัดแสกหน้า อาร์เต็ม เรบรอฟ ตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1-1 หมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 53 ทีมเยือนเกือบได้ประตูแซงนำจากลูกฟรีคิก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปั่นด้วยขวาจะเสียบโคนเสาอยู่แล้ว แต่ อาร์เต็ม เรบรอฟ พุ่งปัดเอาไว้ได้
นาทีต่อมา เจ้าบ้านสวนกลับเร็ว อาเดรียโน่ แทงบอลทะลุช่องให้ อันเดร เอสเชนโก้ หลุดเข้าไปสับไกด้วยขวาแต่ ลอริส คาริอุส พุ่งเซฟไว้ได้

นาทีที่ 78 ทีมเยือนบุกอีกครั้ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไหลออกขวาให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกไปไล่ตีเสมอ สปาร์ตัก มอสโก 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
สปาร์ตัก มอสโก : อาร์เต็ม เรบรอฟ, อันเดร เอสเชนโก้, แซร์ดาร์ ทาสซี่, อิลยา คูเตปอฟ, ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ, จอร์จี้ ชิคิย่า, แฟร์นานโด, มาริโอ ปาซาลิช, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, อิเวลิน โปปอฟ, ลุยซ์ อาเดรียโน่
ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้ตัดสิน : เกลม็องต์ ตูร์แป็ง (ฝรั่งเศส)

“เนวิน” สุดมั่น! คว้าแชมป์เด็ดขาด เกมรับมือมังกรไฟ 8 พฤศจิกายน

“บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงไทยลีก เผย 5 นัดวางเป้าหมายเอาไว้คือต้องเป็นแชมป์ก่อนจบซีซั่น 2 นัด โดยวางแผนฉลองแชมป์นัดเจอกับ บีอีซี เทโรศาสน
การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า

ไทยลีก 2017 ผ่าน 29 นัด เหลือการชิงชัยอีก 5 นัด ศึกชิงแชมป์ตอนนี้ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ทิ้งห่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 6 แต้ม ขณะที่เฮดทูเฮด บุรีรัมย์ ดีกว่า ทำให้ บุรีรัมย์ มีโอกาสเหนือกว่า โดยไทยลีก จะกลับมาเตะกันอีกครั้งวันที่ 14 ต.ค.

ล่าสุด คุณ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ประธานสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจะเป็นแชมป์โตโยต้าไทยลีกให้ได้
โดย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงเป้าหมายในการคว้าแชมป์ไทยลีกฤดูกาลนี้ว่า “เหลืออีก 5 นัดสุดท้าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าไว้ว่าเราจะคว้าแชมป์ในบ้าน นัดที่ต้องเจอกับ บีอีซี เทโรศาสน วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ก่อนการแข่งขันจะจบลงในอีก 2 นัดหลังจากนั้น นี่คือเป้าหมายของเรา”

เมื่อถูกถามว่าจะฝากอะไรไปยัง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คู่แข่งของตน เนวิน กล่าวว่า “เมืองทอง เขาไม่ได้ไล่ผม ทีมผมต่างหากที่แซงเขามา ดังนั้นไม่มีอะไรต้องฝากถึง เมืองทอง ถ้าข้องใจอะไรก็ขอไว้รอปีหน้าแล้วกัน”

โปรแกรมที่เหลือของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (71 คะแนน)
พบ สุโขทัย เอฟซี (เหย้า)
พบ สุพรรณบุรี เอฟซี (เยือน)
พบ บีอีซี เทโรศาสน (เหย้า)
พบ แบงค็อก ยูไนเต็ด (เยือน)
พบ ชลบุรี เอฟซี (เยือน)

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (65 คะแนน ตามหลังบุรีรัมย์ 6 แต้ม )
พบ ไทยฮอนด้า ลาดกระบัง เอฟซี (เหย้า)
พบ การท่าเรือ เอฟซี (เยือน)
พบ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด (เยือน)
พบ เชียงราย ยูไนเต็ด (เยือน)
พบ บางกอกกล๊าส เอฟซี (เหย้า)

ใช้โค้ชไทยต่อ! “กิเลนผยอง” ยันขยายสัญญา “โค้ชแบน” อีก 2 ปี

หลังจากมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า เอสซีจี เมืองทองฯ พร้อมให้ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน

กุนซือใหญ่คนปัจจุบันทำทีมในซีซั่น 2018 ต่อไป เนื่องจากสัญญาฉบับเก่าจะสิ้นสุดในฤดูกาล 2017 เพราะเจ้าตัวเป็นเฮดโค้ชสัญชาติไทยคนที่สองในรอบหลายปีของสโมสรฯ ต่อจาก “โค้ชแต๊ก” อรรถพล บุษปาคม ที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ “กิเลนผยอง” เลื่อนมาอยู่ลีกสูงสุดในปี 2009

ซึ่งการเข้ามาคุมทีม “กิเลนผยอง” นั้น “โค้ชแบน” ได้พาทีมประสบความสำเร็จ ด้วยการพาเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทวงแชมป์ลีกหนที่ 4 กลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่ในปี 2016 หลังจากที่ “กิเลนผยอง” เป็นแชมป์ก่อนหน้านี้ในปี 2009, 2010, 2012 ขณะเดียวกัน ยังพาทีมคว้าถ้วยโตโยต้า ลีกคัพ 2016 เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย ตลอดจนได้แชมป์ ไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2017 อีกด้วย

ล่าสุด คุณวิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ได้เผยถึงความคืบหน้าในเรื่องของสัญญาอดีตกองกลางทีมชาติไทย เจ้าของฉายา “สุภาพบุรุษลูกหนัง” ว่า พร้อมที่จะขยายออกไปอีก 2 ปี เริ่มจากซีซั่น 2018-2019 หลังจากฉบับเก่าจะสิ้นสุดปีนี้

ซึ่งสัญญาฉบับใหม่ของ “โค้ชแบน”ธชตวัน ศรีปาน หากว่าเขาสามารถพาทีมกวาดได้ทุกแชมป์ในประเทศไทย ทั้งเงินเดือนและโบนัสที่ได้จากทาง เอสซีจี เมืองทองฯ นั้น จะทะลุปีละเกือบ 15 ล้านบาทต่อฤดูกาล จนกลายเป็นกุนซือไทยในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังสยามประเทศ ที่ได้รับค่าเหนื่อยก้อนมโหฬารขนาดนี้