Tag Archives: การพนัน

ลุ้นกันลั่นกลางร้านของชำ เจอ ตร.ปลอมตัวเป็นลูกค้า บุกรวบ 15 นักพนันไฮโล

ร.ต.อ.วินัย สนิทพันธ์ รองสวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันไฮโล ได้นักพนัน 15 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง ถ้วยไฮโล ฝาครอบพร้อมลูกเต๋า และแผ่นบอกแต้ม โโยจับกุมได้ภายในร้านขายของชำภายในซอย 54 สุขุมวิท หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ร.ต.อ.วินัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลกันอย่างโจ่งแจ้งภายในร้านขายของชำ ที่ตั้งอยู่ภายในตลาดในซอยดังกล่าว จึงได้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวไปในชุดนอกเครื่องแบบทำทีเข้าไปซื้อสิ้นค้า เมื่อเห็นนักพนันจำนวนมากกำลังส่งเสียงลุ้นกันอย่างสนุกสนาน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมส่งสัญญาณให้กำลังที่ปิดล้อมโดยรอบเข้าสมทบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนักพนันไว้ได้ทั้งหมดเป็นชาย 14 และหญิง 1 รวมทั้งสิ้น 15 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดและอุปกรณ์การเล่นไฮโล โดยมีนายบุญรุ่ง แสงกล้า อายุ 42 ปี ชาว จ.ระยอง รับเป็นเจ้ามือ และนางวันนา ประภาสัย อายุ 48 ปี รับเป็นเจ้าบ้าน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บุกจับวงพนันไฮโล ลักลอบเล่นในอาคารใกล้กับตลาดวงศกร เขตสายไหม

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วย พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส.สน.สายไหม พ.ต.ท.จตุรพิทย์ จันทร์อุไร สว.สส.สน.สายไหม รท.นพดล บู๊เตียว

หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ร้อย รส.ที่ 1 ร.2 พัน 1 รอ. และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม กว่า 20 นาย ก่อนกันปิดล้อมตรวจค้นอาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่สูง 3 ชั้นภายในตลาดวงศกร แขวงเขตสายไหม
กรุงเทพฯ หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน

พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ( 29 ก.ย. ) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.สายไหม ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารจาก ร้อย รส.ที่ 1 ร.2 พัน 1 รอ. ปิดล้อมจับกุมนักพนันที่ลักลอบเล่นการพนันไฮโล อยู่บริเวณชั้นล่างอาคารพาณิชย์ไม่มีเลขที่ ข้างธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดวงศกร จากการเข้าตรวจค้นพบนักพนันจำนวน 52 คน แบ่งเป็นชาย 30 คน หญิง 22 คน กำลังเล่นพนันไฮโลอยู่ เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมดและให้อยู่ในความสงบ และสามารถตรวจยึดของกลางประกอบด้วย โต๊ะไฮโล 1 ตัว อุปกรณ์ 1 ชุด เงินสดประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งทางฝ่ายสืบสวนมีการติดตามกลุ่มนักพนันกลุ่มนี้มาโดยตลอด เมื่อได้ข้อมูลว่าจะมีการมาเปิดให้เล่นพนันบริเวณตึกดังกล่าว จึงได้ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันปฏิบัติ โดยใช้อำนาจของทางเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นก่อนขณะที่ฝ่ายสืบสวนปิดล้อมโดยลอบ จนสามารถจับกุมตัวนักพนันได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนเบื้องต้นมีนายณรงค์ สาธิตคุณ อายุ 44 ปี รับเป็นเจ้าบ้านและเจ้ามือ เปิดเผยว่าตนเพิ่งจะมาเปิดให้เล่นพนันไฮโลเป็นวันแรก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มาเล่นจะเป็นแม่ค้าในตลาดวงศกร อีกส่วนเป็นลูกค้าเก่าที่เล่นกันเป็นประจำ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกันเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต กับนักพนันทั้ง 52 ราย ส่วนนายณรงค์ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาจัดให้มีการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

‘ชดช้อย’ โร่ เคลียร์จับวงไพ่บริดจ์ ยันเป็นกีฬาคนสูงวัย

นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี สืบทราบว่ามีชาวต่างชาติลักลอบเล่นการพนันกันที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้งจึงสั่งการให้นายประพันธ์ ปทุมชมพู ปลัดฝ่ายความมั่นคง ร.ท.ภรดิษฐ์ จิตรามวงศ์ ปลัดฝ่ายป้องกัน ประสาน พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.สมเกียรติ ซึมกลาง หน.ชุดปฏิบัติการพื้นที่ อ.บางละมุง และ นายสมศักดิ์ คูรัตนศิริ นักวิชาการสรรพสามิต ชำนาญการฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ทหาร มทบ.14, ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา, และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต กว่า 50 นาย เดินทางไปตรวจสอบและจับกุม สถานที่ดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหารยุโรปชื่อ ALTO’S เรสเตอรองแอนด์บาร์ ส่วนด้านบนชั้น 2 แบ่งให้ชาวต่างชาติคนหนึ่งเช่า

เมื่อขึ้นไปตรวจสอบพบกลุ่มชาย-หญิงชาวต่างชาติหลายสิบคน กำลังนั่งเก้าอี้โต๊ะละ 4 ตัว ล้อมวงเล่นไพ่บริดจ์ทั้งหมด 8 โต๊ะ มีชาวต่างชาติทั้งหมดรวม 32 คน ชาย 26 คน หญิง 6 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป และสูงอายุตั้งแต่ 55-75 ปี โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้าของสถานที่ จนท.จึงยึดของกลางเป็นเครื่องบันทึกตัวเลขสถิติ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และไพ่ป๊อกยี่ห้อ SWARM ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีว่า เล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีไพ่ซึ่งไม่ใช่ไพ่ที่กรมสรรพสามิตทำขึ้นไว้ในความครอบครองเกินกว่า 120 ใบ ตามมาตรา 8 พ.ร.บ.ไพ่ พ.ศ.2486 ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ส่วนไพ่เจ้าของบ้านยอมรับผิด

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ประธานสหพันธ์บริดจ์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และนายกสมาคมกิตติมศักดิ์สมาคมบริดจ์แห่งประเทศไทย ได้เดินทางไป สภ.เมืองพัทยา พบกับ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ ผกก. และพบ นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง กล่าวว่า การเล่น “บริดจ์” ไม่ใช่การพนัน ซึ่งแต่ละวงจะมีเครื่องบันทึกตัวเลขประจำอยู่ 1 เครื่อง เพื่อกดบันทึกสถิติผลแพ้ชนะ แล้วส่งต่อเข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไม่มีการวางเงินพนัน

เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ฝึกสมองสำหรับคนสูงวัย จากผลวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบว่า บริดจ์เป็นกิจกรรมที่ดีที่สุดสำหรับการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งปัจจุบันมีผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคนี้จำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นเกมที่ช่วยลับสมองเช่นกัน แต่ปัญหาคือ คนอายุมากมักเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะ เพราะต้องอยู่โดดเดี่ยวคนเดียวที่บ้าน ไม่มีสังคม ในขณะที่การเล่นบริดจ์นั้นไม่สามารถเล่นคนเดียวได้ แต่จำเป็นต้องมีคู่เล่น และต้องสื่อกับคู่ของเราให้เข้าใจตรงกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำคะแนน อีกทั้งการเล่นบริดจ์แต่ละครั้งต้องมีผู้เล่นถึง 4 คน จึงทำให้เรามีสังคม ได้พบปะพูดคุยผู้คนตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากของผู้สูงอายุ

นอกจากนั้น บริดจ์ ยังถูกบรรจุเข้าเป็นกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 ที่สุพรรณบุรีเกมส์ และมีเยาวชนมาเป็นสมาชิกกว่า 1,000 คนแล้ว นอกจากนั้น คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช ยังกล่าวถึงข้อกฎหมายว่า เนื่องจากบริดจ์จัดเป็นกีฬาที่ใช้ไพ่การเล่นไพบริดจ์จึงได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษให้เล่นได้ โดยอ้างอิงจากพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 เพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2503) ข้อที่ 13 บัญญัติการพนันที่สามารถเล่นได้โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต

ทางด้าน พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า ตามข้อกฎหมายที่กล่าวมานั้น เป็นเหตุผลที่ทำให้ตำรวจสั่งไม่ฟ้อง ประกอบกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย รับรองมาด้วยว่าไม่ใช่การพนัน

ยัวะผัวเขมรติดพนันหนัก ยิงดับก่อนเป่าหัวตายตาม

พ.ต.ต.สุทิน พุ่มพวง สารวัตรเวร สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาตนได้เข้าตรวจสอบเหตุฆ่ากันตายในห้องพักไม่มีชื่อ

เลขที่1297/60 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ที่เกิดเหตุพบศพ นายสมา อายุ 31 ปี สัญชาติกัมพูชา สภาพขึ้นอึดมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าที่ท้ายทอย

ใกล้กันพบศพ น.ส.อาจารีย์ เพิ่มผลวรกรณ์ อายุ 45 ปี ชาวจ.ร้อยเอ็ด มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่ขมับด้านซ้าย 1 นัด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน ปลายเท้าซ้ายของนางสาวอาจารีย์ พบอาวุธปืนลูกโม่แบบไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ตกอยู่ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวช

จากการสอบถาม นายจาแอร์ สันชาติกัมพูชา น้องชายผู้ตาย เล่าว่า พี่สะใภ้ทำงานเป็นคนเก็บเงินค่าวินรถตู้ย่านสำโรง ส่วนพี่ชายตนนั้น ไม่ได้ทำงานอะไรแถมยังติดเล่นแต่การพนัน ก่อนเกิดเหตุทั้งคู่ทะเลาะกันเป็นประจำประ โดยพี่ชายหายออกจากบ้านเพิ่งกลับมาช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กระทั่งเช้าวันจันทร์มีฝนตกหนักเกิดฟ้าคะนอง ตนได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น แต่ก็ไม่ได้เอะใจคิดว่าเป็น
เสียงฟ้าร้อง กระทั่งช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา แม่บ้านทำความสะอาดได้กลิ่นเหมือนศพคนตายออกมาจากห้อง จึงได้นำกุญแจสำรองไปไขเปิดประตู กระทั่งพบว่าทั้งคู่นอนเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นตำรวจคาดว่า ฝ่ายภรรยาคงไม่พอใจที่สามีชอบเล่นการพนัน พยายามให้เลิกแต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายจึงนำปืนมายิงฝ่ายชายขณะเผลอหลับนอน ก่อนจะปลิดชีพตัวเองตายตาม ซึ่งจะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป.

เสี่ยตัน โชว์กองเงิน 123 ล้าน เตรียมซื้อเบนซ์แจก นี่คือการพนันไม่ใช่การขายสินค้า

นักการตลาดเมืองไทยที่จับจุดความโลภของมนุษย์ได้อย่างมืออาชีพที่สุดในยุคนี้แล้ว ต้องยกให้ ตัน ภาสกรนที ชาวบ้านร้านตลาดที่หวังรวยลมๆแล้งๆ ไปจนถึง เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของไทยเบพ ว่าเขี้ยวลากดินแล้วยังต้องตกหลุม ตัน ภาสกรนที เลย

มีหลายคนให้ความเห็นว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ต้องถือว่าเรื่องนี้คือหนึ่งในเรื่องที่ต้องปฎิรูป กำจัดหวยน้ำชาที่ใช้ช่องว่างของกฎหมายจัดการพนันเสี่ยงโชค

คราวนี้มาอีกแล้ว แจกเบ็นซ์ 123ล้านบาท โดยส่งรหัสใต้ฝา นี่คือการพนันไม่ใช่การขายสินค้า ขายชาบังหน้าคือการใช้ช่องว่างของกฎหมาย

23 ก.พ.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัน อิชิตัน เจ้าของเครื่องดื่มยีห้อดัง ได้โพสต์ภาพกองเงินเป็นปึกๆมูลค่า 123ล้านบาท พร้อมข้อความลงในเพจเฟสบุ๊คที่ชื่อว่า ตัน ภาสกรนที ระบุว่า

“กดไลค์, แชร์ รูปนี้เกินล้าน ผมจะนำเงินสด 123 ล้านบาทไปถอยรถเบนซ์ มาแจกผู้โชคดี 50 คน ใครอยากได้เบนซ์สีอะไร จองกันไว้เลย นับถอยหลังอีกสิบวัน อิชิตันรวยเปรี้ยง แจกเบนซ์ทุกวัน 50 วัน 50 คัน เริ่ม 5 มีนานี้ เตรียมส่งรหัสฟรีใต้ฝาอิชิตัน *711 ขอให้ 1ในนี้เป็นคุณ สาธุ”

ทั้งนี้หลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวเพียงแค่1ชั่วโมง ทำให้สาวกอิชิตันแห่มากดไลค์ 4แสนกว่าๆแล้ว พร้อมทั้งยังมีคนมาคอมเม้นท์อยากเป็นผู้โชคดี ครอบครองรถเบนซ์ของคุณตันสักคันกันอย่างมากมาย

ชูวิทย์ โพสต์ FB แฉบ่อนพนันกลางกรุงฯ เหิมเกริมแอบอ้างเบื้องสูง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m No.5 ระบุว่า บ่อนพระราม 9 หรือ

บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ ถนนพระราม 9 บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง จนทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง แต่ตนรู้ว่าเรื่องที่มีการแอบอ้างนั้นไม่จริง จึงอยากขอเตือนไอ้พวกชอบแอบอ้างระวังตัวไว้ให้ดี

สำหรับข้อความในเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ I’m No.5 มีรายละเอียด ดังนี้

บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง

บ่อนพระราม 9 หรือ บ่อนโคลอนเซ่ ที่ตั้งอยู่ในอาบอบนวดโคลอนเซ่ ถนนพระราม 9 เคยเป็นบ่อนใหญ่ในอดีต เปิดอยู่เกือบปี มีเงินสะพัดหมุนเวียนเกือบหมื่นล้าน

อำนาจของเงินบันดาลได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นกงจักรเป็นดอกบัว บังอาจแอบอ้างเบื้องสูง ทำให้ไม่มีใครกล้าไปยุ่ง จนเหิมเกริมคิดการใหญ่ขยายกิจการเพราะที่เก่าคับแคบ ไปเปิดอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เรียกว่า “บ่อนรัชดา” ผมเป็นผู้นำไปอภิปรายในสภา ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยที่ใหม่เปิดได้ยี่สิบกว่าวัน ประจวบเหมาะกับผมเพิ่งเป็น ส.ส. จึงส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวแอบถ่ายเป็นคลิปออกมาเปิดเผย

เพราะผมไม่เชื่อ จึงกล้านำมาพูด หากผมเชื่อ คงจะเงียบเหมือนคนอื่น ๆ

“แก็งกิ๊ก-โก” มั่นใจในการแอบอ้างว่าไม่มีใครกล้าแตะต้อง เขารู้กันทั้งวงการแต่ไม่มีใครกล้ายุ่ง แม้แต่คนขายล็อตเตอรี่หน้าบ่อนยังรู้ว่าอ้างใคร? แต่คนบ้าอย่างผมเชื่อว่าไม่จริง จึงขอลองของเสียหน่อย

ผมชกลมอยู่หลายปี ท้ายสุด สวรรค์มีตา เทวดาไม่ตกสำรวจ ความจริงปรากฏ แต่ขอบอกว่าไม่ใช่มีเท่านี้ ข้อมูลของผมยังเก็บงำเป็นปริศนาที่รอการสานต่อ ให้รู้เสียบ้างบ้านเมืองนี้ใครคุ้มครอง และอยู่ได้เพราะใคร

จับแก๊งพนันกำถั่ว ตุ๋นทรัพย์เหยื่อกว่า 10 ล้าน ส่งทีม 500 คนหลอกชาวบ้าน!

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัลชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมบัติ ศิริชัยเดช พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี

และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ร่วมกันแถงข่าวผลการจับกุมนายสุรกฤช หรือ ชัย ศิลมัฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 845/2554 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2554 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่ว พร้อมของกลางแก้วน้ำจำนวน 1 ใบ จานรองจำนวน 1 ใบ และเมล็ดแตงจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ได้ร่วมกันจับกุมนายสุรกฤช ภายหลังที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวน 2 ราย ต่อมาผู้ต้องหาได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 6,681,000 บาท ให้ทางผู้เสียหายเพิกถอนการแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติฉ้อโกงในหลายพื้นที่ จึงส่งมอบให้ทางสน.มีนบุรี เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายจตุพล ศีลมัฐ นายเอ และนางเพ็ญ ซึ่งมีผู้เสียหาย คือ นางรัตนา มากิตะ อายุ 48 ปี อยู่ ต.ลำผักกูด อ.ธัญญะ จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังที่ถูกแก๊งดังกล่าว ฉ้อโกงเงินสดจำนวนกว่า 5 แสนบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมผู้เสียหายมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ด้านนางรัตนา ให้การว่า เมื่อปี 53 ที่ผ่านมา นายเอ ได้ติดต่อชักชวนให้ตนหาที่ดินเพื่อขายให้กับนายนายจตุพล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อขายได้ จะให้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้พาตนพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดไปบ้านของนางเพ็ญ ซึ่งอยู่แถวย่านมีนบุรี กระทั่งนายจตุพล ได้นำเงินออกมาโชว์เพื่อตกลงซื้อขายกันแต่อ้างว่าเงินไม่พอต้องออกไปหามาเพิ่ม

ในระหว่างที่รอผู้ต้องหาที่เหลือ จึงออกอุบายให้เล่นพนันกำถั่วเพื่อหวังเอาเงินจากจากนายจตุพล แต่ต้องร่วมลงทุนกันคนละ 5 แสนบาท ซึ่งตนไม่มีเงินสดเพียงพอ ผู้ต้องหาจึงหลอกล่อให้ตนนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎฟ 6768 กรุงเทพมหานคร ไปเข้าโรงรับจำนำหลังจากนั้นร่วมกันเล่นพนันกำถั่วเพียงแค่ 3 ครั้ง ตนก็เงินหมด หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้พากันแยกย้ายหลบหนีไป

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนพร้อมพวกเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อเหตุมาแล้วประมาณ 10 ปี ได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์จะแบ่งทีมงานออกเป็น 4 ราย โดยมีแก๊งร่วมกันจำนวนกว่า 400-500 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ตระหนักอย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากพบเบาะแสแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ให้รีบโทรแจ้งสถานีตำรวจใกล้เคียง หรือ สายด่วน 1559 พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากพบผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” รรท.รองผบ.ตร .

จนท.บุกจับบ่อนการพนันหลังสนง.ตร.ภ.8

จนท.สุราษฎร์ธานีบุกทะลายบ่อนการพนันเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม รวบนักพนันได้130คน พร้อมของกลางอุปกรณ์เล่นการพนัน วันนี้(8 ม.ค.58) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา23.00 น.คืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ รามสวัสดิ์ รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจพุนพินร่วมกับร.ต.ฐิติกานต์ เวชสิทธิ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ สนธิกำลังสารวัตรทหาร ทหารจากค่ายวิภาวดีรังสิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรพุนพิน เข้าจับกุมทะลายบ่อนการพนันบริเวณลานพื้นที่ว่าง หน้าทางเข้าวัดเกาะธรรมประทีป เขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรพุนพิน และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อม ซึ่งเมื่อบรรดาพนันพนันเห็นเจ้าหน้าที่ต่างแตกฮือ วิ่งหนีไปคนละทิศคนละทาง เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมตัวได้ 130 คน พร้อมของกลางเป็นอุปกรณ์เล่นการพนันชนิดต่างๆ จำนวนมาก ประกอบด้วย สำรับไพ่ป๊อก โปปั่น ไพ่ตอง ไฮโล ลูกเต๋าน้ำเต้าปูปลา

โดยสามารถจับกุมนักพนันทั้งชายหญิง กว่า130 คน พร้อมของกลางเงินสด 46,860บาทอุปกรณ์การเล่นพนัน ชนิดน้ำเต้าปูปลา ไฮโลและไพ่สำรับ ด้านพ.ต.ท.กิตติศักดิ์ รามสวัสดิ์ รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจพุนพิน กล่าวว่าการเข้าทะลายบ่อนการพนันในครั้งนี้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการเปิดบ่อนการพนัน ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีตำรวจภูธรพุนพินและตำรวจภูธรภาค 8 จึงแจ้งประสานไปยังจังหวัดทหารบกและฝ่ายปกครอง เพื่อร่วมดำเนินการและ เป็นไปตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในการปราบปรามการเล่นการพนันซึ่งเป็นอบายมุขมอมเมาประชาชน อย่างเข้มข้น

เดิมพันรูเลทแบบวางเดิมพันค่อม 3 เลขช่วยทำให้รวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว

การวางเดิมพันกับเกมการพนันอย่างรูเลทนั้น มีรูปแบบในการวางเดิมพันอย่างหลากหลาย แต่รูปแบบที่นักพนันส่วนใหญ่ให้ความนิยมในการเล่นอย่างมาก คือ การวางเดิมพันแบบค่อม 3 เลข แม้ว่ารูปแบบการวางเดิมพันแบบค่อมจะมีให้เลือกอยู่หลายแบบแต่การวางค่อมแบบ 3 เลข กลับได้รับความนิยมมากที่สุดและต่างบอกกันว่าเป็นรูปแบบการเล่นที่เห็นเงินได้เร็วและดีที่สุด%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%81สำหรับนักพนันที่ยังไม่เข้าใจรูปแบบการเล่นรูเลทแบบวางเดิมพันค่อม 3 เลข นั้น หมายความอย่างไรเล่นอย่างไรนั้น ก็จำเป็นต้องมาทำความเข้าใจกับรูปแบบการเล่นเช่นนี้ก่อน ดังนี้ การเล่นรูเลทแบบวางเดิมพันค่อม 3 เลขนั้น คือ การเลือกวางเดิมพัน 3 เลขติดกัน เช่นหากเลือกวางเลข 1 ก็ต้องเลือกวาง 2 3 เข้าไปด้วย เป็นการวางค่อม 3 เลขเงินเดิมพันจะเลือกวางเท่าไหร่ก็ได้แต่ควรเลือกวางเดิมพันขั้นต่ำที่สุดแล้วสะสมกำไรไปเรื่อย ๆ แทนการวางเดิมพันเงินเป็นจำนวนมากในการเล่นแต่ละเกม หากรูเลทมาลงที่เลข 1 2 3 เลขใดเลขหนึ่งนั้น อัตราจ่ายก็จะอยู่ที่ 12 เท่าของเงินที่วางเดิมพันนั้นเอง

การเล่นรูเลทแบบค่อมเลขนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีฝีมือหรือมีประสบการณ์ในการเล่นรูเลทมาก่อนแล้วเลือกใช้ แต่ในส่วนของนักพนันมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทดลองเล่นหรือยังมีประสบการณ์ไม่พอไม่แนะนำให้เล่นแบบค่อมเลข แม้ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่นที่ดูไม่ยุ่งยากแต่ความเสี่ยงก็มีมากพอสมควรดังนั้นควรศึกษาวิธีการเล่นให้ดีก่อนแล้วจึงค่อยลองเข้ามาเล่นรูเลทรูปแบบค่อมเลข การกระจายความเสี่ยงของการเล่นรูปแบบค่อมเลขนั้นมีพอสมควร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเลขจะออก 1 ใน 3 ของตัวเลขที่เลือกวางเดิมพันเอาไว้ตลอด

ข้อควรระวังในการเล่นรูปแบบค่อมเลขนั้น ก็คือ ต้องคอยสังเกตสิ่งผิดปกติของคาสิโนที่เล่นรูเลทว่าผิดปกติหรือเปล่า เพราะบางคาสิโนก็มีการตุกติกและโกงนักพนันได้ง่าย จึงจำเป็นต้องเลือกคาสิโนที่คิดว่ามีความน่าเชื่อถือและมาตรฐานพอในการเข้าเล่นพนันแต่ละครั้ง ไม่เช่นนั้นต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหนแต่เมื่อเจอเจ้ามือตุกติกขึ้นมาก็ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน

ในส่วนของนักพนันมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่นรูเลทแนะนำว่าลองเล่นรูเลทในรูปแบบการเต็งเลขจะง่ายและดีกว่าการเล่นแบค่อมเลขแน่นอน เพราะว่าการเต็งเลขก็มีสูตรการเล่นที่ช่วยให้เห็นกำไรได้อยู่หลายตัวและไม่ซับซ้อนเข้าใจได้ง่ายกว่าการเล่นแบบค่อมเลข เมื่อมีฝีมือและสะสมประสบการณ์ในการเล่นรูเลทพอสมควรแล้วจึงค่อยมาทดลองเล่นรูปแบบค่อมเลขก็ยังไม่สาย