Tag Archives: ฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก

จะยวบไหม !? มู คอนเฟิร์ม ผี ขาด 3 มิดฟิลด์ตัวกลาง ศึกแชมเปียนส์ลีกคืนนี้

โฆเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาคอนเฟิร์มด้วยตัวเองแล้วว่าในเกม ยูฟา แชมเปียนส์ลีก คืนวันพุธนี้ ปีศาจแดงจะขาด 3 มิดฟิลด์ตัวกลางอย่าง พอล ป็อกบา, มารูยาน เฟลไลนี และ ไมเคิล คาร์ริค แน่นอน

“ในเกมที่ มอสโก เราจะไม่มีสามมิดฟิลด์ตัวกลางเฟลไลนี, ป็อกบา และ คาร์ริค และการขาดพวกเขาไปทำให้ผมเองก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก” มูรินโญ กล่าว

“แต่ผมจะพยายามไม่เน้นแท็คติกไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง และจะให้เด็ก ๆ ทำงานร่วมกันเป็นทีม ใช้ความสมดุลให้เกิดคุณภาพขึ้นมาภายในเกม รวมถึงต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะ นั่นแหละเป้าหมายสำคัญ”

นอกจากนี้ เดอะ สเปเชียลวัน ยังได้พูดถึงอาการบาดเจ็บของ เฟลไลนี ที่เกิดขึ้นมาจากเกมชนะ เซาธ์แธมป์ตัน 1-0 เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก

“แมตช์นั้นผมคิดว่า เคร็ก พาวสัน ตัดสินได้ดีมากพอแล้ว แต่ผมได้กลับไปดูจังหวะ เฟลไลนี ร่วงผ่านทางทีวีอีกครั้ง ก็นึกในใจว่า โห นี่เขาโชคดีมากเลยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง”

“คาดว่า เฟลไลนี จะไม่ต้องพักนานเกินไปนัก แต่ยืนยันว่ามีโชคอยู่ไม่น้อย เพราะนั่นคือการเข้าปะทะที่น่ากลัวมากจริง ๆ”

เคนแฮตทริก! “ไก่” ฟอร์มสดบุกถล่ม “อาโปเอล” 3-0 เก็บชัยรวด

เริ่มเกมมาเจ้าถิ่นลุยหนักทันที และเกือบได้ในนาทีที่ 11 ซน ฮึง-มิน ได้ซัดจ่อๆในกรอบเขตโทษแต่ติดบล็อคของ นูโน่ โมราอิส กองกลางกัปตันทีมของอาโปเอล นิโคเซีย

นาทีที่ 19 อาโปเอล นิโคเซีย เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ อีกอร์ เดอ กามาร์โก้ กระชากเข้าไปกดด้วยซ้ายทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายบอลพุ่งวาบไปชนคานออกมาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 39 ทีมเยือนทำเกมบุกได้สวย โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์ วางยาวขึ้นหน้าให้ แฮร์รี่ เคน วิ่งสอดมาเกี่ยวบอลก่อนปั่นด้วยซ้ายในเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมซ้ายเด็ดขาด สเปอร์ส นำ 1-0 พร้อมหมดครึ่งแรก

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 62 ทีมเยือนยังเดินเกมได้น่ากลัวกว่า มุสซ่า ซิสโซโก้ หลุดขึ้นมาทางขวาก่อนจ่ายให้ แฮร์รี่ เคน จับแล้วซัดด้วยขวาเสียบเสาเข้าไป สเปอร์ส หนีเป็น 2-0

ห้านาทีต่อมา คีแรน ทริปเปียร์ พาบอลขึ้นมาทางขวาก่อนโยนไปในเขตโทษให้ แฮร์รี่ เคน เทกตัวโหม่งเสียบเสาสองสุดสวย สเปอร์ส ทิ้งเป็น 3-0 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส บุกไปไล่ถล่ม อาโปเอล นิโคเซีย 3-0 เก็บชัยเป็นเกมที่สองติดต่อกันในถ้วยใบนี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม 
อาโปเอล นิโคเซีย: บอย วอเตอร์มัน – ปราซิเตลิส วูรอส, คาร์เลา, เฆซุส รวยด้า, โรเบร์โต้ ลาโก้ – กาห์ยาส ซาฮิด, นูโน่ โมราอิส, วินิซิอุส, สตาธิส อโลเนฟติส – โรลันด์ ซัลไล – อีกอร์ เดอ กามาร์โก้ 
สเปอร์ส: อูโก้ โยริส – โทบี้ อัลเดอร์แวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – แซร์ช โอริเย่ร์, แฮร์รี่ วิงค์ส, เอริค ดายเออร์, คีแรน ทริปเปียร์ – มุสซ่า ซิสโซโก้, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน 
ผู้ตัดสิน: พาเวล คราโลเว็ช (สาธารณรัฐเช็ก)

5 เรื่องต้องรู้ ! หลังเกม หงส์แดง บุกหนัก แต่เสมอ มอสโก สุดเซ็ง 1-1

ความมั่นใจก่อนเกมที่มีอยู่มากล้น ตอนนี้หายไปหมดเลย ผลการแข่งขันก่อนเกมในใจหลายคนคงคิดว่าต้องจบด้วยผลชนะแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ
เอาล่ะครับ ในเมื่อเกมมันจบลงแบบนี้ เราแฟนบอลตาใส ๆ จะทำอะไรได้ นอกจากทำใจก้มหน้ารับความจริงกันต่อไปรอเวลาให้ทีมกลับมาดูดีมากกว่านี้ แม้จะรอมาสักพักแล้วก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลสถสิติ WhoScored.com
5. ส่องสถิติน่าสนใจ
ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงเยอะเช่นเคย 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู มอสโก มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู
ลิเวอร์พูล สัมผัสบอลมากถึง 801 ครั้ง ในขณะที่ มอสโก สัมผัสเพียงแค่ 521 ครั้ง
ซาดิโอ มาเน มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง ตามมาด้วย เดยัน ลอฟเลน 4 ครั้ง
ผู้เล่นที่สัมผัสบอลสูงที่สุดในเกมนี้คือ อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ 116 ครั้ง
4. ชนะไม่ได้สักที UCL
ผ่านมาแล้ว 2 เกม นัดที่แล้วก็พลาดท่าเสมอ เซบียา 2-2 เกมนี้ก็ยังต้องมาเสมอ พูดตามตรงแบบไม่เข้าข้างทีมตัวเอง รูปเกมของเราดูดีกว่ามากโดยเฉพาะแนวรุกหาโอกาสเข้าทำกันเป็นว่าเล่น
นัดต่อไปเจอ มาร์ริบอร์ คาดว่า 3 แต้มแรกคงมีให้ชื่นใจบ้าง เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ รอบลึก ๆ เราก็ควรเลิกหวังไปได้เลย
สำหรับผมแล้วไม่ได้เครียดอะไรมากมายเพราะยังมีเกมในบ้านไว้รออีก 2 นัด หวังว่าจะเก็บ 6 แต้มเต็มในบ้านได้ ส่วนเกมนอกบ้านก็ภาวนาให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปซ้อมจบสกอร์กันแบบคม ๆ อยากให้ซ้อมจบสกอร์อย่างเดียวได้ไหมช่วงนี้ เรื่องเดียวที่อยากจะขอ

3. แนวรุก ทำอะไรได้บ้าง
ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้ ซึ่งก็ผ่านมาแล้วสักพัก สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือแนวรุกสปีดนรกของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ใครต่อใครต้องบอกว่ามันสุดยอด เอาจริง ๆ ก็สุดยอดอย่างไม่อวยตัวเองเลย เพราะวูบวาบสร้างสรรค์โอกาสกันได้ตลอด
แต่เดี๋ยวก่อน เราจะเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องการประตู ไม่ใช่โอกาสยิง 20-30 ครั้งต่อเกม แล้วสกอร์บอร์ดโชว์แค่ 1 ประตู ต่อให้ชนะ 1-0 มีโอกาสยิงเยอะอย่างที่บอก ก็ไม่ใช่ผลดีกับเราในระยะยาว ๆ
แรก ๆ หวังว่าอีกสักเดี๋ยวสกิลการจบสกอร์คงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ ฟิร์มิโน คาดหวังกับชายคนนี้ไว้มากที่สุดแล้ว เพราะ คล็อปป์ เลือกที่จะใช้เขาเป็น กองหน้าตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีม
เริ่มจากที่ มาเน พูดโดยรวมจากเกมนี้ ยกให้เป็นดาวเด่นของทีมเลย ยังคงเป็นความหวังที่เราขาดไม่ได้เช่นเคย ก็ยังต้องสงสัยต่อไปว่าทำไม คล็อปป์ ถึงเปลี่ยนออก จะบอกว่าไม่ฟิตก็คงไม่ได้

สถิติหลังเกมของ มาเน
1 แอสซิตส์
1 โอกาสยิง
ลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 5 ครั้ง (สูงที่สุดในเกมนี้)
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ไม่ได้หวือหวาจนคาดหวังอะไรได้มาก แต่ฟอร์มโดยรวมเกมนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ก็ยังเรื่อย ๆ เช่นเคย

สถิติหลังเกมของ ซาลาห์
6 โอกาสยิง (มากที่สุดในเกมนี้)
เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

2. แท้จริงแล้วสิ่งที่ขาดหายคืออะไร
ช่วงตลาดซื้อ-ขาย คล็อปป์ บอกว่าจะไม่ซื้อใครในตำแหน่งกองหน้าเพิ่ม เพราะ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน จะเป็นตัวเลือกแรกของเขาและแน่นอน สเตอร์ริดจ์ จะได้อยู่ต่อ มันทำให้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ตอนนั้น เพราะต่างก็คิดว่า ฟิร์มิโน, สเตอร์ริดจ์ ดาวรุ่งอย่าง โซลันเก้ ก็น่าเพียงพอแล้ว
มาถึงตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องลดความอีโก้สูงของตัวเอง มองหาศูนย์หน้าดาวยิงที่จบสกอร์ได้แบบคม ๆ ให้ทีมสักที ช่วงตลาดมกราคมที่จะถึงนี้ หวังว่าจะได้เห็นสัก 1 คน เพราะถ้าอย่างนั้น คงต้องมานั่งอ่านสถิติหลังเกมที่มีโอกาสยิง 20-30 ครั้ง แล้วจบลงด้วยการทำประตูแค่ 1-2 ประตู ต่อไปยาว ๆ จนจบซัน
มีประโยชน์กับทีม แต่ไม่ใช่ทุกนัด ฟอร์มไม่คงที่ ยังไม่นิ่งพอเป็นตัวความหวังให้กับทีม เกมวันนี้ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการยิงประตู ก็พอให้อภัยได้ เพราะเขาไม่ใช่กองหน้าอาชีพมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็หวังจะพัฒนาได้

สถิติหลังเกมของ ฟิร์มิโน
มีโอกาสยิง 3 ครั้ง
เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

79 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ในเกมที่ทีมจบสกอร์กันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ม้านั่งสำรองมีคือชายคนนี้ / คล็อปป์ คิดผิดมากนะในความรู้สึก ที่เลือกเปลี่ยนลงไปแทน มาเน ควรจะได้ลงไปแทน ฟิร์มิโน มากกว่า ส่วนเรื่องทัศนคติในเกม ก็อย่างที่เห็น ๆ คือพยายามเล่นคนเดียวจนเกินไป พยายามยิงจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็ต้องอย่างนั้นเพราะช่วงท้ายเกม ทีมต้องการสกอร์ จะมามัวต่อบอลกันงึก ๆ งัก ๆ กันอยู่ทำไม สู้ต่อไป สเตอร์ริดจ์

สถิติหลังเกมของ สเตอรริดจ์ ลงสนามในนาทีที่ 71
มีโอกาสยิง 2 ครั้ง
ไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

1. ฝั่งขวาไม่ทำงาน
การขาดหายไปของ นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ การเติมเกมรุกจากฝั่งขวา ฟอร์มผีเข้าผีออกอยู่บ่อย ๆ นัดไหนเล่นดีก็ดีจับใจ ภาวนาให้ ไคลน์ กลับมาเร็ว ๆ ได้แล้ว จะได้มาช่วย ซาลาห์
ส่วนฝั่งซ้ายทำงานกันได้ดี โดยเฉพาะ โมเรโน ที่ต้องชมว่ามีความกระหายมากกว่าเดิมเพิ่มจากซีซันที่แล้วแบบก้าวกระโดด
แม้กระทั่ง ลอฟเลน ที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ดีมากที่สุดในเกมรับวันนี้เลย ส่วน คูตินโญ กับ มาเน ก็อย่างที่เห็นทีมขาดไม่ได้เลย

คูตี้ซัดต่อเนื่อง! “หงส์แดง” บุกตีเจ๊า “สปาร์ตัก” 1-1 ศึกยูฟ่า ชปล.

เริ่มเกมมา 10 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นก่อน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ โหม่งต่อให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนพักอกแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป
นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นมาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลากลางประตู แฟร์นานโด กองกลางชาวบราซิลบรรจงปั่นด้วยขวาบอลพุ่งโค้งข้ามกำแพงก่อนฮุกเสียบคานเข้าไป สปาร์ตัก มอสโก ออกนำ 1-0

นาทีที่ 31 “หงส์แดง” ทวงประตูคืนได้ทันควัน ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ทำชิ่งกับ ซาดิโอ มาเน่ ก่อนหลุดเข้าไปซัดแสกหน้า อาร์เต็ม เรบรอฟ ตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล ตีเสมอเป็น 1-1 หมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 53 ทีมเยือนเกือบได้ประตูแซงนำจากลูกฟรีคิก ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปั่นด้วยขวาจะเสียบโคนเสาอยู่แล้ว แต่ อาร์เต็ม เรบรอฟ พุ่งปัดเอาไว้ได้
นาทีต่อมา เจ้าบ้านสวนกลับเร็ว อาเดรียโน่ แทงบอลทะลุช่องให้ อันเดร เอสเชนโก้ หลุดเข้าไปสับไกด้วยขวาแต่ ลอริส คาริอุส พุ่งเซฟไว้ได้

นาทีที่ 78 ทีมเยือนบุกอีกครั้ง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ไหลออกขวาให้ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ลากตัดเข้าในก่อนซัดด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานออกไป
จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกไปไล่ตีเสมอ สปาร์ตัก มอสโก 1-1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
สปาร์ตัก มอสโก : อาร์เต็ม เรบรอฟ, อันเดร เอสเชนโก้, แซร์ดาร์ ทาสซี่, อิลยา คูเตปอฟ, ซัลวาตอเร่ บ็อคเค็ตติ, จอร์จี้ ชิคิย่า, แฟร์นานโด, มาริโอ ปาซาลิช, อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ, อิเวลิน โปปอฟ, ลุยซ์ อาเดรียโน่
ลิเวอร์พูล : ลอริส คาริอุส, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน, อัลเบร์โต้ โมเรโน่, เอ็มเร่ ชาน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้ตัดสิน : เกลม็องต์ ตูร์แป็ง (ฝรั่งเศส)